จัดฟันดามอน
จัดฟันดามอน (Damon System Braces): นวัตกรรมการจัดฟันที่ลดแรงเสียดทาน
การจัดฟันดามอน (Damon System Braces) เป็นเทคโนโลยีการจัดฟันแบบติดแน่นที่พัฒนามาจากระบบจัดฟันแบบโลหะดั้งเดิม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ แบร็กเก็ตแบบ Self-ligating (ระบบยึดลวดด้วยตัวเอง) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ยางโอริงรัดลวดจัดฟันเหมือนการจัดฟันทั่วไป แต่จะใช้กลไกพิเศษคล้ายบานพับหรือคลิปเปิด-ปิด เพื่อยึดลวดไว้กับแบร็กเก็ตอย่างหลวมๆ ทำให้ลวดสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ลดแรงเสียดทานในการเคลื่อนฟัน
จัดฟันดามอน มีกี่แบบ?
การจัดฟันดามอนมี 2 ประเภทหลัก:
-
Damon Q (โลหะ): แบร็กเก็ตทำจากโลหะ แต่มีขนาดเล็กและขอบมนกว่าแบร็กเก็ตโลหะแบบดั้งเดิม
-
Damon Clear (ใส): แบร็กเก็ตทำจากวัสดุใส ทำให้กลมกลืนกับสีฟัน ดูสวยงามและสังเกตเห็นได้ยากกว่าแบบโลหะ เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความสวยงามระหว่างจัดฟัน
จัดฟันดามอน เหมาะกับใคร?
-
ผู้ที่มี ปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฟันห่าง หรือการสบฟันที่ผิดปกติ
-
ผู้ที่ต้องการ ลดระยะเวลาการจัดฟัน และ ความถี่ในการมาพบทันตแพทย์
-
ผู้ที่ต้องการ ลดความรู้สึกเจ็บปวด หรือไม่สบายตัวจากการจัดฟัน
-
ผู้ที่ต้องการ ลดโอกาสในการถอนฟัน (ในบางกรณี) เพราะระบบ Damon สามารถช่วยขยายพื้นที่การเรียงตัวของฟันได้
-
ผู้ที่ใส่ใจใน สุขอนามัยช่องปาก ระหว่างจัดฟัน เพราะเครื่องมือทำความสะอาดง่ายกว่าแบบมีโอริง
ข้อดีของการจัดฟันดามอน:
-
ลดแรงเสียดทาน: กลไก Self-ligating ทำให้ลวดเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ลดแรงเสียดทาน ส่งผลให้การเคลื่อนฟันเป็นไปอย่างนุ่มนวลและรวดเร็วกว่า
-
ระยะเวลาการจัดฟันสั้นลง: โดยเฉลี่ยแล้ว อาจใช้เวลาน้อยกว่าการจัดฟันโลหะแบบดั้งเดิมประมาณ 4-6 เดือน หรือถึง 1/3 ของระยะเวลาทั้งหมดในบางเคส
-
เจ็บปวดน้อยลง: แรงที่ใช้ในการเคลื่อนฟันมีน้ำหนักเบาและต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกเจ็บปวดหรือปวดตึงน้อยกว่า
-
ลดความถี่ในการมาพบทันตแพทย์: ผู้ป่วยอาจมาพบทันตแพทย์ทุก 6-10 สัปดาห์ (เทียบกับ 3-4 สัปดาห์ของการจัดฟันโลหะดั้งเดิม) ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกมาบ่อยๆ
-
ลดโอกาสในการถอนฟัน: ในหลายกรณี ระบบ Damon ช่วยสร้างพื้นที่จัดเรียงฟันโดยการขยายขากรรไกร ทำให้ลดความจำเป็นในการถอนฟันลง
-
ทำความสะอาดง่ายกว่า: เนื่องจากไม่มีแถบยางโอริง ทำให้เศษอาหารติดน้อยลง และทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
-
อาจช่วยให้ใบหน้าดูดีขึ้น (Damon System Bracelift): ในบางเคส ระบบ Damon อาจช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าบางส่วนให้ดูสมดุลและสวยงามขึ้น
ข้อเสียของการจัดฟันดามอน:
-
ค่าใช้จ่ายสูงกว่า: มีราคาสูงกว่าการจัดฟันโลหะแบบดั้งเดิม
-
ยังคงมองเห็นเครื่องมือ: แม้จะมี Damon Clear ที่เป็นแบบใส แต่ก็ยังคงมองเห็นเครื่องมือจัดฟันอยู่ ไม่ใสเท่าการจัดฟันแบบใส (Invisalign)
-
ต้องอาศัยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: การจัดฟันระบบ Damon มีความซับซ้อน ทันตแพทย์ที่ทำการรักษาควรได้รับการอบรมและมีประสบการณ์กับระบบนี้โดยเฉพาะ
ขั้นตอนการจัดฟันดามอนโดยทั่วไป:
-
ปรึกษาและตรวจวินิจฉัย: ทันตแพทย์จัดฟันจะซักประวัติ ตรวจสุขภาพช่องปาก ถ่ายภาพรังสี (X-ray) พิมพ์ปาก และถ่ายภาพใบหน้า เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
-
เคลียร์ช่องปาก: หากมีปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือต้องถอนฟัน ทันตแพทย์จะทำการรักษาให้เรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือ
-
ติดเครื่องมือจัดฟัน Damon: ทันตแพทย์จะติดแบร็กเก็ต Damon บนผิวฟัน และร้อยลวดจัดฟันผ่านช่องของแบร็กเก็ต โดยอาศัยกลไกคลิปเปิด-ปิดในการยึดลวด
-
ปรับเครื่องมือจัดฟัน: มาพบทันตแพทย์ตามนัดหมาย (โดยทั่วไปทุก 6-10 สัปดาห์) เพื่อเปลี่ยนลวดจัดฟัน หรือปรับแต่งเพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ตามแผน
-
ถอดเครื่องมือจัดฟัน: เมื่อฟันเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการและสบฟันได้ดีแล้ว ทันตแพทย์จะถอดเครื่องมือจัดฟันออก
-
ใส่รีเทนเนอร์: เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งหลังการจัดฟัน เพื่อคงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้ ไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปซ้อนเกอีกครั้ง ต้องใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
ระยะเวลาในการจัดฟัน:
ระยะเวลาในการจัดฟันดามอนมักจะ สั้นกว่า การจัดฟันโลหะแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1 - 2 ปี หรืออาจนานกว่านั้นในเคสที่ซับซ้อนมาก
การดูแลรักษาสุขอมัยช่องปากระหว่างจัดฟัน:
แม้ว่าการจัดฟันดามอนจะทำความสะอาดง่ายกว่า แต่การดูแลความสะอาดก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ:
-
แปรงฟันอย่างถูกวิธี: แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟัน ร่วมกับแปรงซอกฟัน และไหมขัดฟัน
-
หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำลายเครื่องมือ: เช่น อาหารแข็ง เหนียว หรือกรอบจัด
-
พบทันตแพทย์ตามนัด: อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
