top of page
รากฟันเทียมยุโรป All On 4 ราก ต่อ 1 ขากรรไกร_edited.jpg

รากฟันเทียมทั้งปาก

เป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ ทดแทนฟันที่สูญเสียไปทั้งหมด ทั้งในขากรรไกรบนและ/หรือล่าง โดยการฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อเป็นหลักยึดให้กับฟันปลอมชนิดติดแน่น (Full-arch prosthesis) ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีฟันที่ใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ มีความมั่นคง แข็งแรง และสวยงาม

รากฟันเทียมทั้งปากเหมาะกับใคร? 

  • ผู้ที่ สูญเสียฟันทั้งหมด ในหนึ่งขากรรไกรหรือทั้งสองขากรรไกร

  • ผู้ที่ใส่ ฟันปลอมแบบถอดได้ แล้วรู้สึกไม่สะดวก ไม่มั่นคง หรือเจ็บเหงือก

  • ผู้ที่ต้องการ ฟันทดแทนถาวร ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด

  • ผู้ที่มีปัญหากระดูกขากรรไกรบางส่วนละลายตัว และต้องการป้องกันการละลายของกระดูกเพิ่มเติม

 

ประเภทของรากฟันเทียมทั้งปากที่นิยม

แนวคิดหลักคือการใช้จำนวนรากเทียมที่น้อยลง แต่สามารถรองรับฟันทั้งขากรรไกรได้ โดยมี 2 เทคนิคหลักที่นิยมคือ:

 

  • All on 4 (ออล ออน โฟร์):
     

    • ใช้รากฟันเทียมเพียง 4 ซี่ ต่อหนึ่งขากรรไกร โดยจะฝังรากเทียม 2 ซี่บริเวณด้านหน้า และ 2 ซี่บริเวณด้านหลังโดยเอียงทำมุม เพื่อใช้ประโยชน์จากกระดูกที่มีอยู่ให้มากที่สุด

    • จากนั้นจะยึด สะพานฟัน หรือ ฟันปลอมทั้งปากแบบติดแน่น บนรากเทียมทั้ง 4 ซี่นี้

    • มักจะสามารถใส่ ฟันปลอมชั่วคราว ได้ทันทีหลังการผ่าตัด (immediate loading) ทำให้คนไข้มีฟันใช้งานได้เลย

    • ข้อดี: ลดขั้นตอนการปลูกกระดูกในบางกรณี, ลดจำนวนรากเทียม, ฟันใช้งานได้เร็ว

    • ข้อจำกัด: อาจไม่เหมาะกับทุกคน ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูก

  • All on 6 (ออล ออน ซิกซ์):
     

    • คล้ายกับ All-on-4 แต่ใช้รากฟันเทียม 6 ซี่ ต่อหนึ่งขากรรไกร เพื่อเพิ่มความมั่นคงและกระจายแรงบดเคี้ยวได้ดียิ่งขึ้น

    • ข้อดี: มีความแข็งแรงและมั่นคงสูงกว่า All-on-4 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความทนทานสูงสุด

    • ข้อจำกัด: อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและอาจใช้เวลาในการรักษานานกว่าในบางกรณี

 

ข้อดีของรากฟันเทียมทั้งปาก

  • ใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ: ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง และสามารถบดเคี้ยวอาหารได้หลากหลายใกล้เคียงฟันแท้

  • เพิ่มความมั่นใจ: ไม่ต้องกังวลเรื่องฟันปลอมหลวมหลุด หรือรำคาญจากเพดานฟันปลอม

  • รักษาสภาพกระดูกขากรรไกร: รากเทียมช่วยกระตุ้นการทำงานของกระดูก ป้องกันการละลายของกระดูกที่มักเกิดขึ้นหลังการสูญเสียฟัน ทำให้รูปหน้ายังคงเดิม ไม่ยุบตัว

  • อายุการใช้งานยาวนาน: หากดูแลรักษาดี รากฟันเทียมสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี หรืออาจตลอดชีวิต

  • ทำความสะอาดง่าย: สามารถดูแลสุขอนามัยในช่องปากได้เหมือนฟันธรรมชาติ

 

ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรพิจารณา

  • ค่าใช้จ่ายสูง: เป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและใช้วัสดุคุณภาพสูง

  • ต้องผ่านการผ่าตัด: มีขั้นตอนการผ่าตัดฝังรากเทียม ซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นและมีอาการข้างเคียง เช่น อาการบวม ช้ำ หรือเสียวฟันชั่วคราว

  • ใช้ระยะเวลาการรักษา: แม้บางเทคนิคจะสามารถใส่ฟันชั่วคราวได้เร็ว แต่การรอให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกอย่างสมบูรณ์และใส่ฟันปลอมถาวรอาจใช้เวลาหลายเดือน

  • สภาพกระดูก: ผู้ป่วยต้องมีปริมาณและคุณภาพของกระดูกขากรรไกรที่เพียงพอ หากไม่พออาจต้องมีการ ปลูกกระดูก (Bone Grafting) เพิ่มเติมก่อน ซึ่งจะเพิ่มเวลาและค่าใช้จ่าย

  • ไม่เหมาะกับทุกคน: ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้, โรคเลือด, หรือผู้ที่สูบบุหรี่จัด อาจมีข้อจำกัดในการทำ

 

 

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมทั้งปาก (โดยทั่วไป)

  1. การตรวจวินิจฉัยและวางแผน: ทันตแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด ถ่ายภาพรังสี 3 มิติ (CBCT) เพื่อประเมินปริมาณและความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกร วางแผนตำแหน่งการฝังรากเทียม และออกแบบฟันปลอม

  2. การปลูกกระดูก (ถ้าจำเป็น): หากกระดูกไม่เพียงพอ อาจต้องมีการปลูกกระดูกก่อนการฝังรากเทียม

  3. การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม: ทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกรตามแผนที่วางไว้

  4. การใส่ฟันชั่วคราว: ในบางกรณี (เช่น All-on-4) อาจมีการติดฟันปลอมชั่วคราวเพื่อให้คนไข้สามารถใช้งานได้ทันที

  5. ระยะเวลาการรอให้รากเทียมยึดติด: รอประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้รากเทียมรวมตัวกับกระดูกขากรรไกรอย่างสมบูรณ์ (osseointegration)

  6. การพิมพ์ปากและสร้างฟันปลอมถาวร: เมื่อรากเทียมแข็งแรงดีแล้ว ทันตแพทย์จะพิมพ์ปากเพื่อสร้างฟันปลอมถาวร (Full-arch prosthesis) ที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำ

  7. การยึดติดฟันปลอมถาวร: ทันตแพทย์จะยึดฟันปลอมถาวรเข้ากับรากฟันเทียม และปรับการสบฟันให้เหมาะสม

 

การดูแลรักษารากฟันเทียมทั้งปาก

การดูแลรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานยาวนาน:

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง: ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มและยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เน้นบริเวณรอบๆ รากฟันเทียมและฟันปลอม

  • ใช้ไหมขัดฟันสำหรับรากเทียม: หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันพิเศษที่ทันตแพทย์แนะนำ เช่น แปรงซอกฟัน หรือไหมขัดฟันสำหรับรากเทียม (Super Floss)

  • ใช้น้ำยาบ้วนปาก: ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อช่วยลดแบคทีเรีย

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งมากๆ: เช่น น้ำแข็ง ถั่ว หรือกระดูก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อฟันปลอม

  • งดสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้รากฟันเทียมล้มเหลว

พบทันตแพทย์เป็นประจำ: ตรวจสุขภาพช่องปากและรากฟันเทียมทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและทำความสะอาดอย่างมืออาชีพ

2.png

LOCATION

199/13-15 One9Five, Rama9 Road Soi 5, Huakwang,, Bangkok, Thailand, Bangkok

FAQ

Visa_Logo.png
MasterCard_early_1990s_logo.png

Dental articles

Follow us

  • Facebook
  • YouTube

© 2023.

bottom of page